ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประกาศใช้หลักเกณฑ์กำกับดูแลบริการสินเชื่อ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและลดความเสี่ยงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มาตรการใหม่จะครอบคลุมการกำหนดวงเงินสินเชื่อ คุณสมบัติผู้ขอใช้บริการ รวมถึงการควบคุมอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินความสามารถในการชำระ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยเริ่มต้นทำงานที่เป็นผู้ใช้บริการหลักของสินเชื่อประเภทดังกล่าว
การเข้ามากำกับดูแลของ ธปท. มีสาเหตุมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด BNPL ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยพบว่าจำนวนบัญชีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเกือบ 5 ล้านบัญชี และมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยใกล้เคียง 100% ต่อปี สะท้อนถึงความนิยมของบริการที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าและชำระเงินภายหลังได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลพบว่าผู้บริโภคบางส่วนเริ่มนำบริการ BNPL ไปใช้กับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน แม้เป็นสินค้ามูลค่าไม่สูง เช่น อาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าใช้ประจำวัน ซึ่งอาจนำไปสู่การสะสมภาระหนี้โดยไม่จำเป็นและส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในอนาคต
นอกจากนี้ แม้ผู้ใช้บริการที่ชำระเงินตรงตามกำหนดจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่ในกรณีผิดนัดชำระหรือเลือกใช้แผนผ่อนชำระบางรูปแบบ อาจมีภาระดอกเบี้ยสูงถึง 16-18% ต่อปี ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ธปท. คาดหวังว่าการออกเกณฑ์กำกับดูแลครั้งนี้จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลกับการคุ้มครองผู้บริโภค ลดความเสี่ยงจากการก่อหนี้เกินตัว และส่งเสริมวินัยทางการเงินของประชาชนในระยะยาว
#ธปท #ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง #BNPL #สินเชื่อดิจิทัล #หนี้ครัวเรือน #ข่าวเศรษฐกิจ #การเงินการธนาคาร #วินัยการเงิน #คนรุ่นใหม่ #หนี้เสีย #เศรษฐกิจไทย #ข่าววันนี้ #ผู้บริโภค #ดอกเบี้ย #วางแผนการเงิน #การเงินส่วนบุคคล #คุมสินเชื่อ #ข่าวการเงิน #ThailandNews #เศรษฐกิจ
Leave a comment