
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับความคิดเห็นต่อหลักการกำกับแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสารและบริการส่งอาหารหรือสิ่งของ โดยประเด็นที่พิจารณาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ค่า GP แต่ครอบคลุมระบบจัดงาน ค่าตอบแทน และความโปร่งใสของหน้าจอด้วย
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือสำนักงาน กขค. เปิดให้ผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค ผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม และประชาชน ร่วมแสดงความเห็นต่อเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสารและบริการจัดส่งออนดีมานด์”
4 ประเด็นที่ถูกจับตา
- การพ่วงงาน: ระบบรวมคำสั่งจากหลายร้านหรือหลายจุดส่ง แต่ค่ารอบที่ผู้ขับได้รับอาจลดลง
- ความคลาดเคลื่อนของ GPS: ระยะทางที่ระบบคำนวณอาจไม่ตรงกับเส้นทางที่ต้องขับจริง
- การออกแบบหน้าจอ: ขั้นตอนหรือข้อความที่อาจชักนำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดและตัดสินใจโดยมีข้อมูลไม่ครบ
- การจัดลำดับบริการ: ความโปร่งใสในการส่งงานให้ผู้ขับหรือการแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อนคู่แข่ง
ข้อมูลของสำนักงาน กขค. ระบุว่าตลาดเรียกรถผ่านแอปมีผู้ขับมากกว่า 400,000 ราย มูลค่าตลาดในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเกิน 49,000 ล้านบาทภายในปี 2572
ยังไม่ใช่ข้อบังคับที่มีผลทันที
ข้อเสนอที่เปิดรับฟังความคิดเห็นยังไม่ใช่กฎที่มีผลบังคับใช้ และไม่ได้มีเป้าหมายห้ามแพลตฟอร์มทำธุรกิจหรือจัดโปรโมชั่น แต่เป็นการรวบรวมมุมมองจากผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำไปพัฒนาหลักเกณฑ์ให้การแข่งขันเป็นธรรมขึ้น
สำนักงาน กขค. คาดว่าจะนำข้อคิดเห็นไปประกอบการจัดทำกฎระเบียบ และวางเป้าหมายประกาศใช้ภายในปลายเดือนกันยายน 2569 ผู้สนใจควรตรวจสอบช่องทางแสดงความคิดเห็นและเอกสารฉบับเต็มผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน กขค.
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์รัฐบาลไทย และ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
เครดิตภาพ: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เว็บไซต์รัฐบาลไทย
Leave a comment